การแบ่งสรรพื้นที่อยู่อาศัยระหว่างความทันสมัยและพื้นที่ธรรมชาติ

การแบ่งสรรพื้นที่อยู่อาศัยระหว่างความทันสมัยและพื้นที่ธรรมชาติ

ปัจจุบันการออกแบบบ้านในโครงการต่างๆ มักจะมีพื้นที่สีเขียว หรือส่วนที่เปิดโล่งเพื่อระบายอากาศประมาณ 20% ซึ่งผู้อยู่อาศัยหรือเจ้าของบ้านสามารถปรับเปลี่ยนหรือจัดสรรพื้นที่ตรงนี้เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่สีเขียว สร้างความร่มรื่นเพื่อความสุขในการอยู่อาศัย ภูริเอสเตทจึงแนะนำเทคนิคการสร้างพื้นที่สีเขียวในจุดต่างๆ ให้เหมาะสมกับแบบบ้านที่ทันสมัย เพื่อให้สามารถอยู่อาศัยในพื้นที่บ้านสมัยใหม่ไปพร้อมๆกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว

shutterstock_350367032

 

มองหาพื้นที่สร้างสรรค์ธรรมชาติสีเขียวในบ้าน

จุดที่สามารถรังสรรค์ให้เป็นพื้นที่สีเขียวในบ้านแบบทาวน์โฮมนั้นมีหลายจุดเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่หน้าบ้าน ระเบียงบ้าน ในห้องน้ำ  ผนังบ้าน พื้นที่ซักล้าง  เป็นต้น เราลองมาออกแบบดูสิว่าแต่ละจุดนั้นจะสร้างสรรค์พื้นที่ระหว่างความทันสมัยของบ้านและพื้นที่ธรรมชาติสำหรับความสดชื่นได้อย่างไร

 

 

หน้าบ้าน

shutterstock_195517940

พื้นที่หน้าบ้านเป็นจุดที่ง่ายที่สุดในการสร้างสรรค์ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียว โดยสามารถออกแบบสวนหน้าบ้านขนาดเล็กเพื่อสร้างความร่มรื่น พร้อมเลือกใช้เฟอน์นิเจอร์แบบมัลติฟังก์ชั่นให้สามารถใช้สอยพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า ใช้กระถางแนวยาวขนานกับประตูบ้าน เลือกปลูกพืชที่ความสูงประมาณประตูรั้ว อย่างเช่นต้นหมาก  ต้นไผ่ ต้นไทรเกาหลี ต้นเข็ม ต้นคริสติน่า ต้นข่อยเป็นต้น ต้นไม้เหล่านี้นอกจากจะช่วยในเรื่องพื้นที่สีเขียวแล้วยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวของบ้านให้ได้อีกด้วย

หลังจากปลูกไม้พุ่มแล้ว ปูพื้นด้วยหญ้าสีเขียวจะช่วยเพิ่มพื้นที่ในการสัมผัสธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น หากไม่สะดวกหญ้าจริง จะเลือกเป็นหญ้าเทียมที่นุ่มเท้าก็ได้  จากนั้นเสริมพื้นที่ด้วยอ่างปลาที่มีน้ำตกไหลระเรื่อยเบาๆ จะช่วยเพิ่มบรรยากาศ และความเย็นจากน้ำยังกระจายตัวช่วยเพิ่มความเย็นให้กับบริเวณรอบข้าง ซึ่งจะช่วยลดการใช้แอร์คอนดิชั่นเนอร์ภายในบ้านได้ด้วย

นอกจากนี้พื้นที่หน้าบ้านนั้นสามารถตั้งโต๊ะหินหรือโต๊ะไม้เพื่อพักผ่อนหย่อนใจได้ด้วย เหมาะสำหรับบ้านที่ใช้พื้นที่ภายในเป็นออฟฟิศและต้องการเพิ่มพื้นที่ส่วนรวม

 

 

ระเบียง

shutterstock_282159770

 

ด้วยแบบบ้านยุคใหม่ที่มีพื้นที่จำกัด แต่เน้นการปรับพื้นที่ให้สามารถใช้งานได้หลายแบบ ผู้อยู่อาศัยสามารถแต่งสวนเล็กๆที่บริเวณระเบียงชั้น 2 หรือชั้น 3 ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจได้ โดยเลือกไม้เลื้อยหรือไม้กระถาง ไม้ประดับที่มีขนาดเล็ก ดูแลรักษาได้ง่ายอย่างเช่น พลูด่าง แพงพวย ไอวี่ เดหลี กุหลาบหิน บีโกเนีย เป็นต้น หรือใครอยากจะเพิ่มประโยชน์ในการปลูกต้นไม้ จะเลือกเป็นพืชสวนครัวแบบใช้หัวเช่น ต้นหอม กระเทียม หรือจะปลูกผักออร์แกนิกไว้รับประทานก็ได้ ใครที่กังวลว่าบ้านจะร้อนอยากจะกรองแสงแดดที่เข้ามาตกกระทบภายในบ้าน สามารถใช้ไม้เลี้อยที่ปลูกในกระถางทำเป็นแนวรั้วกรองแสงแดดได้ อย่างเช่นต้นเคราฤาษี ทิลแลนด์เซีย พลูด่าง คุณนายตื่นสาย จะช่วยลดความร้อนของบ้านได้ด้วย  ส่วนของพื้นนั้นสามารถปูกระเบื้องผสมกับหญ้าเทียม จะช่วยเพิ่มบรรยากาศให้สวยงาม จัดวางเก้าอี้เล็กๆสำหรับใช้นั่งเพื่อพักผ่อนหย่อนใจได้ด้วย

 

 

ห้องน้ำ

shutterstock_622185374

 

ห้องน้ำเป็นอีกจุดหนึ่งที่เราสามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้เช่นเดียวกัน เลือกพืชกระถางที่ไม่ต้องการแสงสว่างในการเติบโตมากนัก อย่างเช่น ต้นเข็มสามสี สาวน้อยประแป้ง  เดหลีใบกล้วย แก้วกาญจนา สับปะรดสี เป็นต้น

พื้นที่ซักล้างทางด้านหลังก็สร้างสรรค์ความสดชื่นด้วยพืชกระถางได้เช่นเดียวกัน หากคุณต่อเติมหลังคาเพื่อป้องกันแสงแดดหรือสายฝน คุณสามารถเลือกไม้กระถางแบบเดียวที่วางไว้ในห้องน้ำได้ นอกจากนี้พื้นที่กำแพงบริเวณจุดซักล้างสามารถตีไม้ระแนงเพื่อห้อยไม้ดอกกระถางเล็กๆหรือไม้ประดับเล็กๆ เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวด้านหลังได้เช่นเดียวกัน ข้อดีของพื้นที่ซักล้างคือคุณสามารถใช้น้ำที่เหลือจากการซักล้างรดน้ำต้นไม้เพื่อความประหยัดได้ด้วย

 

 

ผนังบ้าน

shutterstock_1197402028

 

ผนังบ้านจุดต่างๆอย่างเช่นบริเวณหน้าบ้าน บริเวณพื้นที่ซักล้างด้านหลัง หรือบริเวณด้านข้าง (หากคุณซื้อบ้านมุมที่มีพื้นที่ด้านข้าง คุณสามารถเลือกใช้ไม้เลื้อยปลูกสร้างเป็นกำแพงธรรมชาติที่สวยงาม ให้ความรู้สึกดีๆและอากาศบริสุทธิ์ได้ ต้นไม้ที่นิยมเป็นอย่างมากคือต้นตีนตุ๊กแกและต้นไอวี่ แต่ทั้งนี้ต้องระมัดระวังไม่ให้ลุกลามไปยังเพื่อนบ้าน

 

แม้บ้านสมัยใหม่จะลดขนาดพื้นที่รอบด้านลง แต่หากเราสามารถใช้จัดสรรพื้นที่ให้ได้สัดส่วน ก็สามารถแบ่งปันพื้นที่เพื่อสร้างสรรค์ความร่มรื่นและพื้นที่สีเขียวให้เกิดขึ้นได้ เพียงเท่านี้บ้านก็จะเป็นที่สร้างความสุขได้อย่างลงตัวที่แท้จริง

    Recent Posts